Legends don't just happen, they're made.

ทะเลาะ

สิ่งที่ดีที่สุดของการทะเลาะกัน คือการได้ “ทะเลาะ” กันให้มันจบไปเลยในคราวเดียว ส่วนมากมันก็เรื่องเส้นผมบังภูเขาทั้งนั้นอ่ะ เอาจริงๆ นะ

บางทีเวลาเราเชื่ออะไรบางอย่างอ่ะ มันไม่มีเหตุผลหรอก ถ้าในหัวเรามันมีแค่ 1+1=2 จะให้ใครมาพูดว่า 1+1 มันไม่ดีต้อง 2+0 มันดีกว่า หรืออะไรก็ตามมันก็ไม่เข้าใจหรอก เพราะเวลาเราสื่อสารกันส่วนมากมันก็ไปเริ่มที่ปลายเหตุไกลๆ แล้ว บางทีถามคำถามไม่ได้อยากได้คำตอบด้วยซ้ำ บางทีที่ 1+1 ไม่ได้ 2+0 อาจจะแค่เพราะขี้เกียจ หรือเคยชิน หรือน้อยใจ มันก็แค่นั้น ไม่ได้มีหลักการอะไรเลยด้วยซ้ำ

แต่เวลาได้ทะเลาะกันน่ะ มันรู้สึกได้ มันสัมผัสได้ เราจะโกรธ จะเสียใจ ก็น้อยใจแค่ไหน ลองได้ทะเลาะกันหนักๆ มันก็ออกมาเองแหล่ะทั้งสองฝ่าย เรื่องที่ไม่เคยพูด พออัดอั้นเข้ามากๆ ย้ำเข้ามากๆ มันก็ต้องพูดออกมาเอง พูดออกมาอย่างน้อยมันก็จะทำให้อีกฝ่ายได้รับรู้ บางทีคำพูดที่เราเลือกเวลาโกรธมันจะเข้าใจได้ง่ายกว่าด้วยซ้ำ เพราะมันไม่ต้องผ่านการปรุงแต่งให้สวยหรู หรือด้วยความเกรงใจ หรืออะไรก็ตาม พวกนั้นมันไม่มีแล้ว

พอเราเห็นแก่นแท้ของมันแล้ว ว่าอีกฝ่ายตีโพยตีพายเพราะอะไร เราก็แยกเอาผักชีเอาเครื่องปรุงออกจากเหตุผลที่แท้จริงได้ การจะกลับมาเข้าใจมันก็ทำได้ง่ายขึ้น การคุยกันสื่อสารกันมันก็ง่ายขึ้น ไม่ยากเลย ถ้ารู้ข้อมูลครบ เหตุอะไรเกิดอะไร เส้นทางแก้ปัญหามันก็ง่ายหมดแหล่ะ ถ้ายังรักกัน มันก็กลับมาคุยกันได้ง่ายๆ บางทีอาจจะเป็นตัวเราเองด้วยซ้ำ ที่เก็บกดความรู้สึกบางอย่างไว้แล้วเอาเหตุผลภายนอกมาปิดบังมัน ทะเลาะกับคนอื่นก็ทำให้รู้ตัวเองมากขึ้นได้ เพราะสิ่งที่บดบังมันหายไป มันเหลือแต่แก่นแท้ want need demand ปัจจัยมนุษย์ดิบๆ อยู่ข้างในที่มันเข้าใจได้ไม่ยาก ไม่ยากเรา และไม่ยากเขาด้วย

ถ้าทะเลาะกันแล้วพุ่งไปที่ผิวหน้าของคำพูด มัวแต่หาสาเหตุว่าทำไม A ถึงได้ทำ B หรือว่าทำไม A ไม่ชอบ B เหมือนเราด้วย ทำไม A ถึงทำ B ให้เราไม่ได้ การอนุมานเอาจากสิ่งที่เรารับรู้อยู่คนเดียว หรือมองจากมุมเดียว มันไม่มีทางหาต้นตอของความรู้สึกเจอหรอก ถ้าเริ่มอนุมานด้วยข้อมูลที่ไม่ครบ มันก็ได้ผลสรุปที่ค่างๆ คูๆ เอาเองก็เท่านั้นแหล่ะ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องหาข้อมูลเพิ่ม ง่ายๆ ไม่เห็นจะยากตรงไหน แค่อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปเอาเอง สื่อสารออกไป รู้สึกยังไง ทำไมทำแบบนี้ แบบนั้น สังเกตุปฏิกิริยาโต้ตอบ แต่ละคนก็มีวิธีของแต่ละคน แตกต่างกันไปนั่นแหล่ะ

แต่ถ้าวันไหน ที่รู้สึกอยากทะเลาะกัน… แต่ไม่ทะเลาะกัน เก็บเอาไว้ … วันนั้นแหล่ะมันคือจุดเริ่มต้นของความห่างเหินแล้วล่ะ เพราะว่าอยากเข้าใจ เลยทะเลาะกัน ถ้าไม่อยากเข้าใจกันแล้ว จะทะเลาะกันเพราะอะไรมันก็ไม่อยากจะไปสนใจหรอก เหตุผลคืออะไรก็… นั่นแหล่ะ … มันก็มีแค่นั้นแหล่ะ ไม่ต้องไปคิดอะไรเพิ่มเติมแล้ว

แปลกนะ เขียนมาตั้งยาว แต่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เราไม่เคยอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้เลย เราอธิบายแย่ เรารู้ตัว เราเขียนดีกว่า แต่ก็อาจจะยังดีไม่พอ มันมีหลายเรื่องเลยนะ ที่เราพยายามจะอธิบายด้วยเหตุผลแนวทางนี้ แต่เราไม่เคยรู้สึกว่าเราทำสำเร็จเลย

เราคิดว่ามนุษย์เรามันมีตื้นลึกหนาบางเยอะอ่ะ แต่คนรอบข้างเรากลับไม่ค่อยคิดว่ามันมีเท่าไหร่ คนรอบข้างเราชอบด่วนตัดสิน เราเองก็ด้วยแหล่ะในหลายๆ ที แต่ด้วยความที่เป็นคนที่เก็บไปคิดก่อน ไม่ค่อยแสดงความเห็นทันที ล่ะมั้ง ก็เลยคิดแบบนี้

เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดีรึเปล่า แต่ก็อยากให้คิดถึงเรื่องนี้กันบ้าง คนเราไม่ได้ตัดสินกันได้ด้วยคำพูดเดียว ประโยคเดียว หรือแม้แต่การพบเจอกันครั้งเดียว มันมีปัจจัยหลายๆ อย่างปนๆ กัน บางทีเราก็หลับหลับตาตัดสินกันไปตั้งแต่แรก ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เข้าไปสัมผัส ไม่ได้เข้าถึงมันจริงๆ เราก็ตัดสินมันเรียบร้อยแล้ว

หลายๆ เรื่องจริงๆ นะ ถ้าให้ลากยาวนี่ก็ไปได้เรื่อยๆ เลยอ่ะ บอกตรงๆ เรื่องศาสนาเป็นต้น เดี๋ยวนี้มีหลายคนดูถูกศาสนาที่พิธีการ แต่ไม่เคยพยายามไตร่ตรองหลักการ มันน่าเสียดายอ่ะ มันคือเรื่องน่าเศร้าของเรา

พอแค่นี้ดีกว่า เยอะมากละ ขอบคุณที่ฟังเราบ่นจนจบนะ : )


ป.ล. สบายดีครับ ไม่ได้ทะเลาะกับใคร แต่เห็นบ้านเมืองมีคนทะเลาะกัน คนรอบข้างก็ทะเลาะกันอีก มันมีความไม่เข้าใจกันในปริมาณมากเกินกว่าที่จะเก็บไปคิดคนเดียว

ป.ล. ปกติเป็นตัวซีมซับความรู้สึกรอบๆ ข้าง บางทีก็มากไปหน่อย ทำให้เป็นคนจมกับความรู้สึก ไม่อยากเป็นแบบนี้เหมือนกัน

ป.ล. บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวประหลาด ที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้ เนื่องด้วยวิธีคิดที่หาเพื่อนไม่ค่อยเจอ จะเอาความคิดไปยัดเยียดให้คนอื่นมันก็ไม่ใช่วิสัย (หรือจริงๆ เราควรจะทำแบบนั้นเยอะๆ?) จริงๆ บางเวลามันก็เป็น factor ให้เหงาได้บ้างอะไรบ้าง

(Source: afriet, via inushige)

Lyrics: 10 Years After - Chihiro Yonekura

I am just a n00b at japanese, so please forgive me if I have made any stupid mistake. Also I have never translated a song before but have written a few in my 20+ years of living so far.

I took the romanji from another site though, but I couldn’t find an English translation anywhere so I decided to try one to improve my japanese : )

That said, enjoy! :-)


BEST OF CHIHIROX album cover

Best of chihirox album cover.


Song: 10 Years After 米倉千尋(歌詞あり) (youtube link)
Album: Best of Chihirox
Romanji: 10 Years After Lyrics - Chihiro Yonekura


10 years after, juu nen go no
Anata o, mitsumete mitai

The 10 years that I have been looking at you.

Stay together, sono toki
kitto ~ soba de, hohoende itai

We stayed together then, and always. I wish I could be happy by your side forever.

Osanai koro kara,
sou kyou made no, so many days

Since that day when our love were young. So many days.

Furi kaereba, ironna ~
koto ni meguri atta

Through lots of ups and downs. A lot happened.

Naitari warattari,
kenka shitari yume mitai

We cried, smiled. We had fights. But oh my! It seems like those were just dreams, weren’t they.

Chotto hado na ~ shitsuren mo,
kagayaku my history

Those small heartbreaks too, are all part of my history.

Ikutsu mono deai to wakare, kuguri nukete

The times that we met and separate. We’ve survived it.

Ai suru anata ni ~ souyo, love, meguri atta

Because I love you. That’s right! We will always find love again!


* woe-10 years after, juu nen go no
Watashi wa, doushiteru darou

That 10 years, what have I been doing?

Donna fuu ni, anata o ~
sukide iru darou

My darling, no matter what you become, I still love with you, don’t I?

woe-10 years after, juu nen go no
Anata o mitsumete mitai
Stay together, sono toki
Kitto soba de, hohoende itai.

Looking back at the 10 years that we’ve stayed together. I want it to us continue on, smiling together.


Kono mune no uchuu ni hirogaru, muteki no mirai

With all my heart I believe,
our future will be bright.

Anata to nara migoto ni, chikazuite yukeru

If it was you, I am sure, we can win the day.

Shiawase wa,
ashita ni meguri au chikara

Happiness will be our power, that carry us on to tomorrow.

Shinjiru ~ tsuyosa o itsumo
believe, mune ni daite

I always believed in our strength, With all my heart.

Woe-10 years after, juu nen go no
Anata to watashi no tameni

The 10 years we’ve spent for ourselves.

Kanashimi mo mayowazu, dakishimete yukou

Lonely or straying off the path, not anymore.

Woe-10 years after, juu nen go no
Futari o, shinjite itai

Even if 10 years has passed, I will still want to believe in us.

Stay forever, tokimeku ~
tabi ni, motto
Kagayaite itai

I will stay by your side, forever, in this journey. I want to see it, our brightly lit road.


* repeat


Woe-10 years after, juu nen go no
Anata o mitsumete mitai
Stay together, sono toki
Kitto soba de, hohoende itai

What's the difference between being a superhero and an empty suit?

Sequential Stark: Wired Reviews Iron Man 3

1 year ago -
Startup corner

Startup corner

TOTSUGEKI LOVE HEART !!!

XDXDXD

No pain, No game / Nano lyrics

Ready to Roll :)

Ready to Roll :)

No one knows nothing: Reasons to write

nooneknowsnothing:

There is a fact stuck inside the root of my bones. Something I can’t just hide and let it go. I have a hard hunch in my soul, a firm beat in my heart, a bell in my head ringing like an echo in a big church!

Every piece of the puzzle fits, when the pupil of your eye comes to my memories and…

1 year ago - 249 -

陽のあたる場所 - chihiro / lyrics

Tony Robbins: Why we do what we do

1 year ago - 1 -

(Source: kushandwizdom, via kushandwizdom)

(Source: kushandwizdom)

Watchdog (and auto-restart) your node.js process

First of all, why not use any of the native node.js-based solution? Answer: Because none of it worked.

I have looked at the following:

None of it satisfied my criteria for a good supervising wrapper script.

My requirements:

  • Must handles any binary really well, not just node but also jake cake grunt and even make
  • Must be able to runs in the foreground.

Previously I had used supervisor but since I needed it to run several processes simultaneously and on the latest version there is this bad CPU spike issue which is unresolved for 3 months, I decided to switch.

So I took a look at nodemon but it fails miserably at the first requirement by presuming that the arguments are always a node.js script. It even go so far as to add an index.js (read from your package.json “main” key) argument to the command if it can’t figure out the correct start script to run. This effectively prevents it from being used in several cases where the executable isn’t node itself.

And, of course, there is forever which is almost exclusively for starting a process in the background. But I need all the logs from the process directly visible on the screen as it happens and this is complicated to do with forever. So it is a no-go as well.

pip install watchdog

So I decided to look further from the node.js ecosystem (and try not to start a new project of my own)

I encountered watchdog from the Python community which provides the watchmedo command that works perfectly in my case.

You can get it via Python’s PIP command-line. You should install it if you don’t already have it:

$ easy_install pip

Then you can install it with the pip install command:

$ pip install watchdog

Here’s the alias I use for my node.js program:

supervise='watchmedo auto-restart -d . -p "*.node;*.js;*.coffee"'

What that command do is

  • auto-restart - tell watchdog to run in auto-restart mode to run long-running script.
  • -d . - Watch the current directly for file changes.
  • -p "*.node;*.js;*.coffee" - Files pattern to watch for changes. Adapted to monitor most node.js program for changes.

I’ve intentionally left out the program to run so you can supply that after the word supervise with the command you want to run at the terminal exactly like how you’d normally run it without any supervising:

For example, if you normally run grunt lint:

$ grunt lint

With the above alias setup. You can supervise it just by prepending the word supervise like so:

$ supervise grunt lint

This will cause grunt lint to be run everytime there is a .js file changes in the current directory.

Pretty neat right?

Also if you want to auto-reload your application on file changes, again, just prepend supervise to the command that’d start your node.js program like so:

$ supervise node server.js

So far as I’ve tried, watchdog works much better than any of the solution currently available from the node.js community itself.

Enjoy!