Legends don't just happen, they're made.

กินอยู่ที่ Silicon Valley

จริงๆ เป็นเรื่องที่อยากรู้ แล้วก็ลองคิดมาสักพักแล้วครับ วันนี้ก็ดันนึกสนุก ลอง Query Wolfram|Alpha ดูเพราะคิดว่าน่าจะมีข้อมูล แล้วมันก็มีจริงๆ ครับ ละเอียดมาก หลายๆ อย่าง

แต่บางอย่างก็เหมือนกับจะมีถึงแค่ระดับประเทศ Nationwide แต่ไม่มีเป็นแบบเฉพาะเจาะจงลงไปที่ตรง Silicon Valley เลย

ลองคลิกๆ กันดูนะครับ :-) เผื่อใครอยากจะไป มีตัวอย่างมาให้สามสี่อัน:

ข้อมูลตรงนี้ไม่ใช่ Fact นะครับแต่เป็นแค่สถิติ เอาไว้คำนวณเล่นๆ ถ้าใครมีเพื่อนหรือญาติพี่น้องอยู่ที่โน่นอยู่แล้ว ก็ลองถามๆ เอาดูเพื่อนความชัวร์ด้วยก็ดีนะครับ

Send a git repository to another machine via netcat

Such as a virtual machine running on your local network or a friend you met at a coffee shop looking to clone your repository.

And sometimes git-serve is a bit too complicated.

First of all, bundle your repository.

  • cd ~/my_repo_folder
  • git bundle create myrepo.bundle master

The bundle command packs your repository into one nice tranferrable file.

Next, on your friend’s machine, open up a port with netcat and writes anything that comes through to a file.

  • nc -v -l 127.0.0.1 -p 777 > friend_repo.bundle

The -l starts a listening (server) mode. The -v just makes it print stuff so you know when a connection is going through (or not.)

Then send it over, again, using netcat.

  • nc -v 192.168.1.77 777 < myrepo.bundle

On your friend’s machine, ensure you have something that’s not a zero-byte file. Then you can just clone the bundle file normally as if it were a single repository:

  • git clone friend_repo.bundle friend_repo -b master

The -b master is there to specify the initial checkout.

Other than using netcat, git bundles are also useful for:

  • Sending repository over email.
  • Or backing up.
  • Transferring your repository via ssh/rsync/telnet etc. (i.e. when you only have port 80 and 22 open.)

Enjoy! :-)

TODO: Package this into a shell script. :-P

だれかのようになりたくて だけどなれるはずもなくて (lyrics)

Knowing others is intelligence; knowing yourself is true wisdom. Mastering others is strength; mastering yourself is true power.

Tao te ching.

Having convictions is not enough. You have to also have the courage to follow (live) your convictions and in uncompromising fashion.

Have The Courage To Follow Your Own Convictions (a dherbs.com article)

AIS WhiteList Mode

อยากเขียน Feature นี้ของ AIS มานานละครับ และจริงๆ ก็ใช้อยู่หุหุ ถ้าโทรมาแล้วโทรไม่ติด ไม่ต้องตกใจนะครับ ผมอาจจะเปิด Whitelist ทิ้งไว้ แต่ยังไงก็จะมี Message ส่งมาบอกว่ามีคนโทรมา

ถ้าใครไม่รู้จัก Whitelist มันก็คล้ายๆ กับการ Block สายนะครับ แต่แทนที่จะ Block สายที่เราเลือกเท่านั้น (Blacklist) มันจะเปลี่ยนเป็นอนุญาติให้โทรเข้าเฉพาะสายที่เราเลือกเท่านั้นแทน (Whitelist)

วิธีใช้ง่ายมากเลยครับ:

  • กด *189*1# เพื่อเปิด (รับเฉพาะสายใน Whitelist)
  • กด *189*2# เพื่อปิด (รับทุกสายตามปกติ)
  • กด *189*3*0899999999# เพื่อเพิ่มเบอร์ 089-999-9999 เข้า Whitelist
  • กด *189*3# เพื่อดูว่า Whitelist เรามีใครอยู่บ้าง

มีค่าใช้จ่ายนิดหน่อยนะครับ รู้สึกจะ 30 บาทต่อเดือนถ้าจำไม่ผิด แต่สำหรับเวลาต้องการทำงาน หรือใช้สมาธิอ่านหนังสือนี่ มีประโยชน์มากเลยครับ ถ้าอยากกันคนรบกวนแต่ไม่อยากปิดเครื่องเพราะเดี๋ยว พ่อ แม่ พี่ น้อง แฟน โทรมาแล้วจะไม่ได้รับ อะไรเทือกนี้

Remeber u and me. I do,I think about you day and night &#8230; (Taken with instagram)

Remeber u and me. I do,I think about you day and night … (Taken with instagram)

:3 #accelworld (Taken with instagram)

:3 #accelworld (Taken with instagram)

Bad Workplace

Going to work at a bad workplace as a programmer will make you:

  • Lose your grasp on new technology — because you will likely be working all day long on an age-old software fixing bugs that are really just symptoms of long-accumulated technical debts. What’s worse is that your boss probably doesn’t know or care about it. “We need this bug fixed ASAP, refactoring can wait”, he says. Oh yeah, I have been waiting for years for that rewrite which never landed.

  • Have less energy at the end of each day — workplace politics and stupid bugs will really, really (and I really mean “really”) tire you out. Those who has never really spend a good chunk of their life as a salariman at a bad place will never understands this. They will try to pat you on the back with “learn to manage time better.” How the hell can you manage time if all your brainpower have to be spent figuring out what the hell does the boss wants while getting the tiniest bit of work done every single workday? You will be extremely exhausted at the end of each day and so there will be very little self-incentve to fill in with thoughts about “time management.”

  • Lose your confidence to create new things — because, due in part to the last point, you will likely have less time and energy to fulfill your enthusiasm and longer-shot life goals. Each and every new idea will slowly fades away and gets shelved as you think to yourself: “I’ll never find time for this.” Soon it will become a habit and when you realize it again, it’s already your 30th birthday.

My advice?

Quit.

No, I really mean it. Just god damned quit already.

No, seriously, I’m not joking by any measure of joke.

Find a better place to work ASAP. Not only will you waste your time, it’ll ruin your confidence and your brainwave patterns in general as well.

Also, I know how it feels at the deepest, darkest hour of depression. The only description I can give you is to keep yourself as far away from it as you can. And that includes stopping going to a stupid workplace. Really, people can die of extreme (read: accumulated) depression. You don’t ever want to contract it in your life, please trust me on this one.

Pardon the exaggeration if you noticed :P, but I’d rather it drives the point across than just me being accurate.

p.s. Of course, not all of these things I listed are bad to everyone though. Some people can manage the politics, others can cut themselves a good cozy corner at work so YMMV.

Just so you know&#8230; (Taken with instagram)

Just so you know… (Taken with instagram)

The Holiday Hack Project

tl;dr ฝาก The Holiday Hack Project ด้วยครับ XD


รู้สึกว่าผ่านมาสองสามปี ผมสังเกตุว่าผม validate ไอเดียตัวเองได้พอสมควรครับ มีไอเดียสองสามอย่างที่คิดไว้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ แล้วก็เจอว่ามีคนเอาไปทำในระดับเปิดบริษัทหากินกันจริงจัง โปรเจ็คที่เคยเริ่มไว้ก็ยังมีคนใช้ผ่านไปผ่านมาบ้างประปรายตลอดเวลา เมื่อวานนี้เพ่ิงจะตอบเมล์คนที่เขียนมาชมเรื่อง fu-sharp ที่ดองข้ามปีเอาไว้ ผมก็ยังงงอยู่ว่ามันยังใช้ได้ด้วยเหรอ ก็ดันมี บวกกับอื่นๆ อีกหลายๆ อย่าง ก็เลยคิดว่าตัวเองน่าจะพอขัดเกลาไอเดียให้มันเข้าที่เข้าทางได้อยู่บ้างครับ ไอเดียที่ว่านั่นไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว แต่เป็นไอเดียที่คิดว่าเอามาทำเงินได้จริง ไม่ใช่แค่ทำเล่นๆ ด้วย เพียงแต่ว่าความสามารถในการบริหารเวลาผมยังไม่ดีนัก

ตอนนี้สิ่งที่ผมมีเยอะก็คือเวลาและกระแสเงินจากเงินเดือนที่ทำงานใหม่ บวกกับเงินเดือนของแฟน แต่เวลาก็เป็นทรัพยากรจำกัดอีกนั่นแหล่ะครับ ผมคนเดียว ยิ่งต้องทำงานประจำไปด้วย ยิ่งหนัก คิดว่าสภาพจิตใจผมอาจจะไม่สามารถรับงานในระดับที่ตัวเองจะพอใจได้ ก็เลยคิดว่า จับแพะชนแกะ เอาละกัน ลองจ้างคนอื่นทำดูดีกว่า

ผมยังเชื่ออยู่ว่าคนไทยจะเก่งสู้ระดับโลกได้ครับ ไม่ว่าใครจะบ่นด่าอะไรก็ตาม (รวมถึงผมเองด้วย) คิดไปคิดมา ยิ่งรอก็ยิ่งรู้สึกว่ากำลังจะพลาดโอกาสดีๆ หลายๆ อย่างไป เพราะอายุก็มาครึ่งทางเลขสองแล้ว และ sector นี้ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่ามันกำลัง boom สุดๆ ไม่เว้นประเทศไหนๆ

ประกอบกับความคิดที่ฝังมาตั้งแต่เริ่มทำงานครั้งแรกว่าคนไทยยังไม่รู้วิถีบริหาร Programmer ที่ดีจริงๆ คิดแต่เรื่องเงินทอง อาจจะเพราะเงินทุนบ้านเรามันน้อยด้วย และข้อมูลเข้าไม่ถึง ตัวผมตอนแรกที่ติดตามข่าวสารวงการจากชาวบ้านขาวช่องเขามา ก็แอบไม่มั่นใจเล็กๆ อยู่ครับ เพราะว่าไปทำงานที่ไหนๆ ก็ไม่เวิร์ก แม้กระทั่งเปิดบริษัทตัวเองแล้วก็ยังรู้สึกว่ามันทำอะไรผิดไปสักอย่างตลอดเวลา จนกระทั่งได้มาทำงานที่เนี่ยแหล่ะครับ บริษัทที่ทำอยู่นี้ ถึงได้รู้ว่า เออที่เราคิดมาตลอดนี่มันมีจริงนะ มันทำเงินได้จริงๆ แล้วเราก็สัมผัสมันได้จริงๆ ไม่ได้คิดไปเองอีกต่อไป ก็เลยเป็นกระดานแผ่นสุดท้ายที่รองรับให้ผมมั่นใจว่ามันจะเกิดได้ที่นี่ครับ

เพราะฉะนั้นก็เลยคิดเป็นโครงการ Holiday Hack นี้ขึ้นมาครับ หลักการง่ายมาก ทำงานจ่ายเงินรายอาทิตย์ ผม QA ผลงานและจ่ายเงินทุกอย่างเป็นรายอาทิตย์ เพื่อลด Risk ครับ รายละเอียดผมคิดว่าคนที่ทำงานสายเดียวกันจะเข้าใจไม่ยาก แต่ถ้าไม่ได้ทำงานสายนี้ ผมขออนุญาต validate โครงการนี้ให้สำเร็จก่อนแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะครับ

ถ้าเจอใครอยากได้เงินหมุนเพิ่ม ก็ฝากบอกด้วยแล้วกันครับ ตอนนี้ถ้าติดต่อมาอาจจะเริ่มไม่ได้ปุ๊บปั๊บทันที เพราะผมก็กำลังสะสาง Cashflow ของตัวเองอยู่ (จ่ายหนี้นั่นเอง) โปรเจ็ค และไอเดียมีแน่ แต่จะจ้างได้เท่าที่มีกำลังทรัพย์ครับ ถ้ามีเงินทุนเพิ่มก็จะพยายามจ้างเพิ่มครับ

เอาจริงๆ นะโปรเจ็คล้นหัวแล้วล่ะตอนนี้ ใครอยากแบ่งไปทำฟรีก็ได้นะ คิด business model ให้ด้วยเลย

Education

บางทีคนที่คิดว่าตัวเองมี “การศึกษา” แล้วไปด่าคนอื่นที่การศึกษาน้อยกว่าก็ตลกดีนะ ถึงจะไม่ได้พูดแบบนั้นตรงๆ แต่หลายๆ ครั้งฟังสำนวนเอาใครก็เดาออก เพราะคำที่ด่าบางคำมันก็ฟังดูไม่ได้มีการศึกษาอะไรเท่าไหร่เลย มันก็แค่ต้องการ validate อีโก้ของตัวเองเท่านั้นเอง อยากให้มีคนต้อยต่ำกว่าให้ด่า จะได้รู้สึกว่า “การศึกษา” ที่พร่ำเรียนมามันไม่ได้ไร้ค่า

หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วมันอยู่ที่ไอ้คำพูดพวกนั้นต่างหากล่ะ ที่ทำให้คุณนะลดตัวต้อยต่ำลงไปกว่าคนที่คุณกำลังด่าอยู่นั้นเอง แถมยังไม่ได้เกิดอะไรที่ดีขึ้นในสังคมอีกด้วย นอกจากความรังเกียจโกรธเคืองกันเพิ่มขึ้น ยิ่งเป็นเชื้อให้การเอา “การศึกษา” มาใช้ให้เกิดประโยชน์น้อยลงไปอีก

สรุปคือการศึกษามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มันเป็นแค่ status ว่าบ้านกูรวยกว่า แค่นั้นเอง?

คือคนที่มี “การศึกษา” จริงๆ แล้วก็ทำตัวให้น่าเคารพนับถือมันก็มีเยอะนะ หาไม่ยาก … แต่พวกที่ใบปริญญาเป็นแค่เศษกระดาษแม่งก็เยอะพอกันจริงๆ

บางทีจะด่าใครให้มันเกิดประโยชน์ ควรจะมองให้เห็นถึงปัญหาที่มันเป็นต้นเหตุจริงๆ แล้วค่อยพูดให้เป็นลำดับ ว่าทำอย่างนี้ มันทำให้เกิดอย่างนั้น แล้วมันไม่ดีอย่างนี้ ไม่ใช่สักแต่ว่าจะกระแนะกระแหนกันอย่างเดียว

Hate

ถ้าเราเปรียบเทียบทุกอย่างกับโลกในอุดมคติ สิ่งเดียวที่เราจะเห็นก็คือข้อบกพร่อง เพราะโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ Perfect อยู่แล้ว แต่ต้องมองไปให้เห็นว่าที่มีอยู่วันนี้ มันดีกว่าเมื่อวานยังไง และควรจะทำอะไรต่อไป ควรจะปรับปรุงอะไรต่อ ควรจะสร้างสรรค์ขึ้นมาต่อไป

ไม่ชอบเลยเวลาเห็นคนพูดให้ร้ายคนโน้น คนนี้ องค์กรนี้นั้น แต่ลืมมองไปว่าตัวเองก็ล้มได้ พลาดได้ ไม่ได้เป็นเทพทวยที่ไหนจุติมาเกิด แล้ววันที่แพ้ก็ยังแอบอยากให้มีคนมาช่วยฉุดขึ้นไป ช่วยดึงขึ้นไป แต่วันที่ยืนได้ดีอยู่นี้นั้นกลับใช้มันไปดูถูกดูแคลนคนอื่น คนที่เขาไม่ได้เป็นอย่างอุดมคติที่เราคิด แต่ก็ยังพยายามสู้ต่อไปเหมือนเรานั่นแหล่ะ แต่เรากลับไปดูถูกเขาเสีย

ผมว่ามันเป็นอาการที่พบเห็นได้บ่อยมากเลย กับคนไทย … ไม่เข้าใจจริงๆ

(Source: purplematcha, via more-desu)