Chevron Camp
เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่ไปค่าย Chevron มา จริงๆ แล้วมันก็ไม่ค่อยจะเหมือนค่ายซักเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าไปเช้า เย็นกลับ ทำกิจกรรมให้น้องเหมือนกัน 3 วัน โดยที่เปลี่ยนน้องไปเรื่อยๆ เป็นกิจกรรมที่เหนื่อยมาก เราทำหน้าที่เป็นพี่ประจำฐาน ซึ่งฐานของเราเป็นฐานชื่อว่า ล้มหรือไม่ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้จะมาทำค่ายนี้ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เพราะว่าต้องทำ VTR แนะนำคณะ วันแรกพบคณะ แต่ว่าพี่วิชาการมีคนไม่พอ ก็เลยต้องมาช่วยทำ ทั้งๆ ที่ชื่อก็ไม่ได้ลงไว้ด้วยซ้ำ
แต่ได้มาทำก็ได้อะไรเพิ่มเติมไปหลายๆ อย่างเลยทีเดียว เพราะว่าค่ายนี้น้องๆ ที่มาเป็นเด็กระดับประถมศึกษาทั้งหมดเลย ก็เลยวิ่งเล่นซนกันวุ่นวายมากๆ วันแรกเหนื่อยมากๆ เลยทีเดียว เพราะว่าพี่บ้านหลายคนก็เพิ่งมาทำเป็นวันแรกด้วย หลายคนก็ยังไม่ตระหนักว่าตัวเองต้องทำอะไร ปล่อยให้เรากับแม็คช่วยกันคุมน้องๆ กันแค่สองคน เหนื่อยจริงๆ แอบเคืองพี่บ้านด้วยซ้ำ
ตกเย็นวันแรกก็มีการประชุมสรุปงานประจำวันกัน ค่ายนี้พี่พร้อมเป็นพี่ประเมินผล ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ของเขาอยู่น่ะนะ จริงๆ แล้วพี่เขาก็บอกก่อนแล้วด้วย ว่าเขาทำประเมินผล ถ้าเกิดว่ามีติชมอะไรก็อย่าว่ากันนะ แต่ว่าพอถึงตอนเย็นทุกคนก็บ่นกันอยู่ดี
จะพูดไป มันก็จริงน่ะนะ พี่แกยึดอุดมการณ์มากไปหน่อยจริงๆ แต่ก่อนเราก็เคยเป็นคนอย่างนั้นนะ แต่วันนึงเราก็เลิกล้มความคิด แล้วก็คิดว่าอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงเนี่ยแหล่ะ มีความสุขที่สุดแล้ว อย่างไรก็เถอะมันก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายประเมินผล ที่ต้องทำอย่างนั้นอยู่ดี เพียงแต่ว่าวันนี้พี่เขาคงจะลืมความรู้สึกเหนื่อยสุดๆ ของพี่วิชาการไป
พูดถึงเรื่องชมรม มีอย่างนึงที่เราคิดว่า ชกศ. ขาดไป นั่นก็คือว่าทุกคนลืมไปว่าเราเป็นชมรม ไม่ใช่หน่วยงานอะไรสักอย่าง หลายคนมาที่นี่เพื่อทำงาน และเวลาทำงานเขาก็ทำงานกันเหมือนงานจริงๆ มันก็จริงนะที่งานบางงานเนี่ยมันก็ต้องทำกันจริงจัง แต่ความเป็นชมรมของเราก็น่าจะช่วยให้ทุกคนรักษาน้ำใจกันไว้บ้าง อย่ามัวแต่ทำงาน แล้วลืมใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นไป ในที่ประชุมตอนเย็นเห็นได้ชัดมาก
จริงๆ แล้วการที่เราตั้งชมรมขึ้นมาชมรมหนึ่งนั้นน่ะ เราตั้งขึ้นมาเพื่อรวบรวมคนที่มีความสนใจเหมือนๆ กัน ชอบทำอะไรคล้ายๆ กันมาอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ว่าเข้าชมรมมาเพื่อหาเพื่อน แล้วมีงานอะไรก็ทำๆ ไป ด้วยความรู้สึกที่ว่าเราเป็นชมรมก็เลยต้องทำ แต่ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกที่ว่าเพราะเราชอบที่จะทำมันเหมือนๆ กับคนอื่นๆ เราก็เลยมาทำด้วยกัน
จนบัดนี้ชื่อชมรมการศึกษาก็ยังเป็นที่ข้องใจของเราอยู่ดี ว่าที่นี่เป็นที่รวบรวมคนที่อยากเป็นอาจารย์รึเปล่า? ที่นี่เป็นที่รวบรวมหนอนหนังสือรึเปล่า? จริงๆ แล้วที่นี่เป็นที่ๆ ทุกคนมาอยู่ด้วยกันเพราะว่าทุกคนเป็นเพื่อนกันต่างหาก ทุกคนได้ทำงานด้วยกันแล้วรู้สึกสนุก รู้สึกว่าได้อะไรดีๆ กลับไป แต่ทุกคนก็ไม่ได้มาเพราะว่าทุกคนชอบ “การศึกษา” ไม่เหมือนกับชมรมชาวเหนือ หรือชมรมดูหนัง ที่ทุกคนเข้าชมรมเพราะว่าทุกคนเป็นชาวเหนือ และทุกคนชอบดูหนัง
เพราะอย่างนี้ล่ะมั้ง ที่บางคนก็มาทำงานอย่างเต็มที่ โดยที่สนใจผลของงานเป็นหลัก กับหลายคนที่มาทำงานเพราะว่าชอบทำและได้เพื่อนมากกว่า พอเป็นอย่างนี้ก็เลยมีเหตุการณ์ให้ต้องรู้สึกไม่ดีกันบ่อยๆ
อยากจะบอกหลายๆ คน ว่าทำงานก็อย่าลืมใส่ใจกันด้วย งานมีไว้ทำเพื่อหาเงินเท่านั้นแหล่ะ ยกเว้นคุณจะรักในงานที่ทำ สิ่งที่สำคัญกว่า อย่างน้อยมันก็สำคัญกว่าสำหรับเรา ก็คือเพื่อนๆ และความรู้สึกดีๆ เวลาเดินเข้าชมรมต่างหาก วันนึงเราแก่ลงไป งานที่เราทำมาก็ไม่ได้มีความหมายอะไรอยู่ดี ถ้าไม่มีคนใส่ใจเรา
Second Day
ตอนนี้กำลังอยู่บนรถกำลังเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ วันนี้คนมาช่วยน้อยกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังพอไปกันได้ไหว วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงแผนการจากเดิมเยอะมากด้วย หลังจากที่วันแรกมีปัญหาหลายๆ อย่างเกิดขึ้น
ประธานค่ายปีนี้เป็นพี่เปิ้ล พี่เขาเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากจริงๆ ถ้าไม่ได้มาทำงานด้วยก็คงไม่รู้ ไหนจะต้องแก้ปัญหาต่างๆ แล้วยังต้องมารับฟังทุกคน และพี่เขาก็ไม่เคยหลุดเลย จะพูดกับใครอย่างไร พี่เขาก็พูดได้อย่างใจเย็นตลอด เป็นอย่างหนึ่งที่เราอยากทำให้ได้เหมือนกัน
แต่ก็มีหลายคนที่บอกว่าพี่เปิ้ลใจดีเกินไป ซึ่งบางครั้งเราก็เห็นด้วยเหมือนกันน่ะนะ บางครั้งเราต้องใส่อารมณ์แข็งๆ บ้างเพื่อให้คนที่เราคุยด้วยเกิดความกระตือรือร้นชึ้นบ้าง แต่การที่พูดด้วยคำพูดสุภาพ ใจเย็น ก็จะซื้อใจคนทำงานได้เหมือนกัน เป็นการทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจมากชึ้นไปด้วย
ไปก่อนดีกว่า ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงพิพิธภัณฑ์แล้ว ไว้จะมาเขียนต่ออีกทีหลังงานจบแล้ว
ป.ล. สองสัปดาห์ถัดจากนี้จะเป็นช่วงก่อนเปิดเทอม ซึ่งมีงานต้องทำเยอะมาก อาจจะหายไปนานเลยทีเดียว
Home
Photos
About Me
Subscribe
อ่านชื่อค่ายไม่ออก = =” แต่คงเป็นค่ายเลี้ยงเด็กอีกแบบ เล่นกับเด็กให้สนุกนะ 55+
ออย …. ชักไม่ค่อยอยากเปิดเทอม
แกนี่…
เกินความคาดหมายจัง
เหมือนแกวิ่งชนปัญหา
ส่วนเราวิ่งหนีปัญหา
- -”
ทำไมช่วงนี้ชีวิตกรูมันเห้จังฟระ
แต่แกเขียนบล็อกทีไรตรงเป้าทุกที อย่างวันนี้ก็
“พูดถึงเรื่องชมรม มีอย่างนึงที่เราคิดว่า ชกศ. ขาดไป นั่นก็คือว่าทุกคนลืมไปว่าเราเป็นชมรม ไม่ใช่หน่วยงานอะไรสักอย่าง มันก็จริงนะที่งานบางงานเนี่ยมันก็ต้องทำกันจริงจัง แต่ความเป็นชมรมของเราก็น่าจะช่วยให้ทุกคนรักษาน้ำใจกันไว้บ้าง อย่ามัวแต่ทำงาน แล้วลืมใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นไป ในที่ประชุมตอนเย็นเห็นได้ชัดมาก”
มันจี๊ดโดนใจ เหมือนอยู่ในที่เกิดเหตุจริง 555
ปล. ข้องใจอีกอย่าง ทำไมคนในชมรมนี้ยุ่งกะเรื่องส่วนตัวกุจัง ปล่อยกุไว้คนเดียวไม่ได้เหรอคับ - -”
อันนี้คงเป็นครั้งแรกที่พี่มาเขียนในนี้นะ
คือ ตั้งแต่เรื่องนี้แล้วล่ะ พี่ไม่สบายใจว่าแล้ว กลัวประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอยเดิม เหมือนครั้งที่ พี่ เคยทำให้ชารู้สึก fail ตอนไปเชียงใหม่
จริงๆแล้วชมรมทำไปทำไมพี่ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่า สิ่งที่พี่มาทำ ก็เพราะอยากทำและทำเพราะว่า เพื่อน ตามที่น้องชาบอกนั่นแหละ แล้วมันก็กลายเป็นองค์กรที่อยู่กันอย่างเจ้านายกับลูกน้องไปแล้ว พวกพี่ พยายามปรับแก้ไปเรื่อยๆไม่ให้อยู่ในอุดมคติมากเกินไปให้กลับมาอยู่บนความเป็นจริงเหมือนธรรมดาทั่วไปอยู่ ณ ตอนนี้ แต่เมื่อ คนเดิมๆ เราก็เปลี่ยน “สันดาน” เค้าไม่ได้ ก็คงต้องรอให้เค้าจากไป
พี่รู้ว่าชาน่ะเครียด แล้วว่างๆ เรามาคุยกัน เรื่องอื่น ที่ไม่เกี่ยวกะเรื่องพวกนี้ดีกว่า มีรกสมองเกินไป มาอยู่กับคอม มาพูดภาษาเดียวกัน เหมือนที่เคยพูดกันดีกว่า
ส่วนสำหรับพี่เปิ้ลเค้าทำได้ยังไงน่ะหรอ อยากรู้มั๊ย??
คือว่า พี่เปิ้ล เค้าถือคติ ตัวชั้นคือนางงาม หรือ ตัวชั้นคือนางฟ้า แต่ว่าถ้าพี่เปิ้ลโหดอ่ะน่ากลัวน้า…
ตอนนี้ค่ายก็จบแล้ว ทำใจสบายๆ ค่อยๆว่ากันไป แล้วว่างๆ พวกพี่ๆ วิชาการของค่ายนี้จะมีนัด พี่หวังว่าชาคงไปกับพี่ด้วยนะครับ
ในฐานะเป็น head .. พี่ขอโทษน้องชาสำหรับหลายๆเรื่องที่ทำให้ลำบากใจนะ .. พี่รู้สึกอยากให้เราได้ลองทำ ได้ลองมาสนิทกับเพื่อนๆมากขึ้น แต่พี่ก็ไม่คิดว่ามันจะทำให้น้องรู้สึกแย่ลง ( พี่พึ่งมารู้ตอนหลัง )
สำหรับเรื่องในชมรม .. พี่คิดแบบเดียวกับเราล่ะ … และคิดอยู่เสมอว่า … จะออกเมื่อไหร่! … แต่ตอนนี้ก็คิดเพิ่มมาอีกว่า .. ถ้าพี่ออกแล้ว ตำแหน่งพี่น่ะ พี่ม่อนจะหาคนมาแทนได้มั๊ย …
ถ้าเรารู้สึกยังไง ก็บอกพวกพี่ๆ อย่างพี่ม่อน พี่เต้ และพี่อื่นๆ ( ปีพี่นะ ) ได้เสมอ ล่ะ …
เอาเป็นว่า งานsmo ก็ทำงานสู้ๆละกันนะน้องชา …
สุดท้าย …
ขอบใจมากๆนะ .. ที่มาช่วยพี่ทำอย่างสุดความสามารถจ้า .. ^o^
ขอบคุณนะที่ยังให้ความสำคัญกับหลายๆคำที่กูพูดไป แต่สุดท้ายแล้วมึงอาจจะไม่ได้เห็นอย่างที่กูพูดไปในบางคำ มันคงเป็นความผิดของอำนวยการและประสาน(ในบางอย่าง) ส่วนเรื่องบางเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปละกัน ตอนนี้อยู่ตรงไหนแล้วชอบอยู่ก็อยู่ไปเถอะ ไม่มีใครว่าหรอก ไม่ต้องสนใจคำพูดใครแล้วแหละ กูก็ยังเหมือนเดิมนะ…
กูก็เป็น สวก อ่ะนะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับวิชาการเท่าไรเอาเป็นว่าขอบ่นในนี้หน่อยละกันวันแรกเหนื่อยที่สุดใน3วัน
- เรื่องขนของพัสดุ : ตอนเช้ารถดันขนของลงที่ตึกลูกเต๋าเลยต้องขนของกลับมาทั้งหมดแล้วมีเราเป็นผู้ชายคนเดียวก็ต้องขอร้องพี่ปีโตๆมาช่วย(Ex พี่Ed)ตอนขนของฝนก็เริ่มตกนิดๆแล้ว
- เรื่องฝนตก : ตอนกินเข้าตอนเที่ยงเพิ่งรู้ว่าต้องแบ่งกิน2ตึกตอนที่จะกินข้าวแม่ครัวก็ช่วยขนของไม่ได้เลยต้องเอาถุงจากพัสดุมาขรของเองแล้วใครจะช่วยขนข้าวไปล่ะมันตั้ง150กล่อง ก็ได้พี่โตอีกนั่นแหละทั้งพี่Ed พี่บอล พี่อื่นๆอีกมากมายแต่พี่Edนี่แทบจะกราบเท้าพี่เค้าเดินไปตากฝนทั้งๆที่ไม่มีร่มไปเอาแค่ช้อนเดิน เดินไปจาก6เหลี่ยมไปลูกเต๋าแล้วกลับมา6เหลี่ยม สุดๆจิง ยังไงก็ต้องขอโทษวิชาการที่ไม่ได้เอาน้ำถังไปให้เพราะแค่ขนข้าวพี่ๆและเพื่อนๆก็ต้องตากฝนกันเปียกทั้งตัวแล้ว
เรื่อง2เรื่องนี้ก็ยังดีที่ผ่านไปได้ไม่ได้คิดอะไร
ขอบ่นแค่นี้แหละ
อย่างที่เคยบอกกับหลายๆคนแล้ว
“เรมาทำงานเพราะอะไร?……..
1.ทำเพราะต้องการให้งานออกมาดูดี เพราะเป็นหน้าตาชมรม หน้าตาจุฬา หรือต้องการสปอนเซอร์
2.ทำเพราะ’เราอยากทำ’ เพราะเราทำเพื่อเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ
”
ป.ล. คิดดูดีๆครับ
วันที่สองเป็นไงล่ะ พี่เปิ้ลเริ่มไม่ใจดีแล้วล่ะสิ อิอิ แต่ก็ทำให้เราทำงานกันอย่างเต็มความสามารถจริงๆ (คล้ายๆ ไซโคก่อนทำงาน ทำให้ฮึดสู้)
ส่วนวันที่สาม เราว่าเราน่ะทำงานเต็มความสามารถที่สุดของที่สุดจริงๆ นะ แต่พอมาช่วงประเมินก็ถูกว่านิดหน่อยว่าเบลอๆ … แต่ช่างเหอะ ยังไงวันสุดท้ายเราน่ะรู้สึกว่าตัวเองสนุกไปกับน้องๆ ถึงแม้ว่าเราจะเจอเรื่องอะไรมาสามวันเต็มๆ แต่พอเห็นน้องๆ เค้าสนุก เราก็รู้สึกดีมากๆ …..
เรื่องชมรม … เราเองบางทีจะรู้สึกว่าตัวเองน่ะมาทำทำไม?? ถามตัวเองหลายครั้งมากๆ หลังจากที่เรียนปรัชญามาแล้วก็รู้สึกว่า อาจเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของเรานั่นเอง…. แต่จะเห็นแก่ตัวยังไง เดี๋ยวไว้เขียนลงบล็อกดีก่า ขี้เกียจอธิบาย …
ฐานชาคริตก็เวิร์คนะเราว่า … น้องๆ ไม่เห็นจะเบื่อเลย … ถ้าเบื่อคงเบื่อวันแรกมากกว่า เพราะเวลาน้อย แต่ที่เค้าไม่เลือกว่าชอบฐานล้มหรือไม่ เราว่าอาจจะเป็นเพราะว่าน้องสนใจอย่างอื่นมากกว่า หรือน้องอาจจะลืมไปแล้วว่าได้เล่นอะไรมา ….. (คิดว่างั้น)
ความเห็นเกี่ยวกับชมรมของแกเหมือนข้าเลยว่ะ
สาเตุที่ชมรมนี้ไม่อบอุ่นเท่าที่ความคงเป็นเพราะ
เมื่อเข้ามาแล้วต้องทำงานเท่านั้นอยู่เฉยๆไม่ได้
มันต้องเครียดกันอยู่แล้ว ใครจะไปอยากทำงานที่ไม่อยากทำล่ะ
แล้วยังมีรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จมากมาย
แต่ก็เถียงไม่ได้เหมือนกันว่าเราได้อะไรจากชมรมนี้เหมือนกันนะ
บางคนได้แฟนจากชมรมนี้ไปเลยนะเนี่ย (ใครหว่า)
อืม..ได้อ่านความรู้สึกของน้องชาแล้ว พี่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าชาโดนอะไรมาบ้าง (ก็พี่ไปวันที่สามวันเดียวอะ) แต่ก็อยากให้คิดว่าสิ่งที่พี่ๆเค้าพูดเค้าสอนมันอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต เมื่อตัวเองต้องลงมายืนตรงนี้ก็ได้นะ อย่าไปเครียดมากนะ
ส่วนเรื่องในชมรม…พี่เคยคิดเหมือนน้องๆบางคนนะ ว่าจะออกจากชมรมเมื่อไรดี แต่ที่ยังอยู่ได้ถึงทุกวันนี้เนี่ย เพราะคำว่า “เพื่อน” คำเดียว ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากทำงานชมรมนะ แต่ว่างานชมรมทำให้พี่ได้รู้จักคำว่า “เพื่อน” มากขึ้น ปีที่แล้วที่พี่ดูงานสัปดาห์วิทย์ฯ พี่โตรเครียดเลยนะ เพราะสัปดาห์วิทย์ฯมันเป็นลูกเมียน้อย ที่ไม่มีใครสนใจ แต่ก็ได้เพื่อนๆเนี่ยหละ มาคอยช่วยเหลือ..ซึ่งใจมาก อีกงานนึง งานchevron ปีที่แล้วพี่ช่วยพี่ม๋นทำอำนวยการ ก็ได้เพื่อนๆ พี่ๆ มาช่วยกัน ไม่รู้สิ มันรู้สึกว่าไม่ว่าเราจะลำบากขนาดไหน “เพื่อน” ก็ยังคอยช่วยกันอยู่ พี่ก็ไม่เถียงหรอกนะ ว่าพี่มาอยู่ชมรมนี้ก็เพราะเพื่อน แต่การได้ทำงานร่วมกับเพื่อนๆเนี่ย มันเป็นอะไรที่ทำแล้วมีความสุขนะ แถมยังได้ฝึกตัวเองอีกต่างหาก เพราะถ้าน้องออกไปทำงานจริงๆ น้องต้องเจอกับผู้คนมากมายที่มีความคิดนิสัยต่างกัน มีเจ้านาย มีลูกน้อง มีเพื่อน ก้ต้องปรับตัวกันไป เวลาที่พี่ๆที่เค้าจบไปแล้วมาคอยแนะนำเนี่ย ฟังไว้ก็ดีนะ เพราะพี่เค้าผ่านอะไรมาเยอะกว่า เห็นปัญหาที่ตามมาเยอะกว่า แต่ก็เข้าใจนะว่าบางที่มันอาจจะขัดกับความต้องการ ความรู้สึกของเรา … ลองเปิดใจรับฟังความเห็นของพี่เค้าหน่อยแล้วกัน อยากจะยกตัวอย่างงาน chevron ปีที่แล้วจัง..ปีที่แล้วไปจัดที่ชลบุรี คืนแรกพวกพี่ๆก็โดนกันแล้ว ถึงขั้นปิดห้องพักเลย ในห้องนั้นมีทุกอารมณ์เลย เศร้า น้ำตา เสียงทะเลาะ ฯลฯ แต่ทุกอย่างที่พี่โตๆเค้าพูดมาก็เพื่อให้นำไปพัฒนาให้ดีขึ้น พีเค้าไม่ได้ต้องการที่จะมาดุว่าหรอกนะ ภาพคืนนั้นพี่ยังจำได้ไม่ลืมเลย … ก็พูดมาตั้งเยอะ ไม่รู้ว่าจะมีใครอ่านแล้วเข้าใจรึป่าวนะ ความรู้สึกอย่างนี้มันคงพูดออกมาได้ไม่หมดหรอก แต่อยากให้แบ่งความรู้สึกว่า เวลางานก็คือเวลางาน อาจมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เสร็จงานแล้วทุกคนก็กลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม…
โคตรชอบเลย เขียนได้โดนมากๆ สำหรับกระผมแล้วตอนเข้าชมรมเข้าเพราะชอบพี่ๆ เห็นขำๆดี น่าสนุก แต่ถ้าถามตอนนี้ที่ยังช่วยงานในชมรม อยู่เพราะ เพื่อนเท่านั้น ถ้างานทำแล้วต้องเสียเพื่อน เสียพี่ เสียน้องไป เพราะผิดใจกันเรื่องงาน ถ้าแบบนี้สู้ไม่ต้องทำมันดีกว่า เพราะที่บอกว่าได้ประสบการ ได้ความรู้ จากการทำงานได้ มันมากเท่าไหร่ก็ไม่มีค่าเท่า เพื่อนดีๆคนนึงหรอก ฝากถึงไอ้บางคนที่บ้างานจนลืม ความรู้สึกคนอื่น ว่าคิดดีๆเถอะ ถ้าชอบก็ทำมันต่อไป แล้วถ้าวันนึงไม่เหลือไคซักคน มาคุยด้วย ก็อย่าหาว่าไม่เตือนนะ สุดท้าย ขอให้ทุกคนในชมรมรักกันมากๆ อยู่กันขำๆ ตลอดไป……..สาธุ
ครับตรงประเด็นได้ใจความมากมาย เห็นแล้วนึงภาพตามทัน พี่ก็เข้าใจว่าน้องชา และน้องๆ อีกหลายคนรู้สึกอย่างไรกับชมรมของเราในตอนนี้ (แต่ก็อาจจะเข้าใจได้ไม่หมดหรอกนะ 55) อันนี้ขอเขียนทุกคนที่เข้ามาอ่ายด้วยละกัน (ถ้าขี้เกียดอ่านให้อ่านเฉพาะ ปล. ข้างล่างนะ) การที่เราเข้ามาอยู่ด้วยกันเป็นชมรมนั้น ย่อมที่จะต้องเจอกับปัญหาต่างๆมากมาย อย่างชมรมก็เช่นกัน ความรู้สึกที่เราเข้าชมรมตอนแรกนั้น ก็ม่ายรู้อารายมาก โดนลากเช้ามาเมื่อไหร่ก็ม่ายรู้ แต่พออยู่ปายเรื่อยๆก็สนุกดี ชมรมนี้ทำให้เราได้เห็นสิ่งต่างๆมากมาย ชมรมนี้ได้พาเราไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้ไป ชมรมนี้ทำให้เราได้เจอกับใครหลายคนที่เราคิดว่าถ้าไม่ได้มาอยู่ก็คงม่ายได้เจอ ตั้วแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้เราก็ยังคิดว่าชมรมนี้ยังคงเป็นบ้านหลังที่สองของเราต่อไป สำหรับการทำให้ชมรมเราอบอุ่นนั้น ก็คงอาศัยความร่วมมือกันทุกๆๆคน ส่วนเรื่องงานของชมรมนั้นก็อย่าปายซีเรียสกับมันมากมาย กับคำพูดหลายๆอย่างที่พวกพี่ๆบอกไปนั่น ก็ด้วยความเป็นห่วงและอยากให้น้องได้ทำอะไรหลายๆ อย่างได้เป็น แต่ก็อย่างว่าแหละทุกๆคนล้วนไม่อยากจะโดนวิภากษ์วิจารย์ในทางที่ม่ายค่อยดี สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวเองว่าจะนำบทเรียนเหล่านนั้นมาใช้อย่างไร
ปล.1 มีคำสอนหนึ่งที่เรามักจะบอกกับคนที่เรารักเสมอ “จงอย่าเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูด จงอย่าตัดสินใจบุคคลอื่นในระยะเวลาอันสั้น จงลองลงไปสัมผัสกับฃีวิตของเขา ก่อนที่เราจะตัดสินใจอะไรลงไป
ปล.2 ชมรมก็เป็นชมรมอยู่ได้ก็ต่อเมื่อพวกเราทั้งหมดยังอยู่ด้วยกัน จงอาศัยเวลา และหัวใจ ก่อนที่จะตัดสินใจอารายลงไป
อย่าไปคิดไรมากเลย ทุกอย่างบนโลกล้วนมีทั้งดีทั้งไม่ดีนี่ ไม่สามารถไปบังคับใครให้ดีดั่งใจ หรือไม่ดีดั่งใจได้หรอก ในเมื่อบังคับอย่างอื่นไม่ได้ เราก็ได้แต่บังคับใจตนเอง ให้มันเดินทางไปในทางที่เราคิดว่าดี คิดว่าถูก และมีจุดยืน เพียงแต่อย่างน้อยความคิดคนอื่นก็เป้นกระจกสะท้อนตัวเราได้ดีระดับนึง(ก็ฟังซะ แล้วเก็บในส่วนที่จิง ไว้เป้นเครื่องเตือนใจ) สุดท้าย ตอนยังเป้นเด้กได้อะไรไว้จากคนอื่น ที่มีทั้งดีและไม่ดี เรื่องดีๆๆก้เก็บไว้ไว้ให้น้องของตัวเองต่อ เรื่องไม่ดีก็เก้บไว้ แล้วทำให้ดี ให้น้องเรารู้สึกดีกว่าตอนที่เราได้รับ หรือไม่ก็ไม่ให้น้องเรารู้สึกไม่ดีเหมือนที่เราได้รับ นั้นแหละ อย่างน้อยสุดท้ายเราจะได้ไม่ต้องมาบ่นเสียใจทีหลังว่าเพราะว่าเราไม่ได้ทำ
… ทำงานมาด้วยกันหลายวันอยู่… ก็รู้ ก็เห็น ก็เข้าใจกันไปบ้าง ตามอัตภาพ…. อย่าคิดมากเลยนะ…
สงสัยจะมีแต่เราคนเดียว ที่อยากออกจากชมรมนี้เพราะความรู้สึกว่าอยู่ไปเราก็ช่วยเหลืออะไรคนอื่นๆไม่ได้… เหมือนเป็นคนที่อยู่แล้วไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากทำให้คนอื่นๆเค้าหนักใจกัน…
ไม่รู้สินะ… เราก็เคยรู้สึกดีๆกับชมรมนี้นะ เพียงแต่ว่าตอนนี้จะอยู่ในช่วงที่ไม่รู้สึกอะไรเลย ความรู้สึกดีๆนี้ก็เลยหายไปด้วยก็ตาม…
….ลองอยู่ต่อ แล้วค่อยๆเรียนรู้ดีรึป่าวล่ะ บางที งานอื่นๆ เราอาจจะมีความสุขกว่านี้ก็ได้นะ…. โดยเฉพาะเมื่อเราได้มาทำงานเองแล้วน่ะ…
ขอโทษที่บอกไปตอนแรกว่าจะไม่เข้ามาอ่าน
แต่ถึงตอนนี้ก็เขามาอ่านเรียบร้อยแล้ว
ที่น้องชาพูดมาพี่เห็นด้วยครับ
พี่นับถือน้องชาจิงๆคับ
พี่ไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านี้
ขอโทษด้วยที่ทำให้รู้สึกไม่ดี
-เ พื่ อ น คื อ สิ่ ง ที่ ทำ ใ ห้ อ ยา ก อ ยู่ แ บ บ นี้ ต ล อ ด ไ ป
-พี่ คื อ ค น ที่ ใ ห้ คำ แ นะ นำ เ รา แ ละ แ ละ ทำ ใ ห้ เ รา รู้ สึ ก ดี ๆ
-น้ อ ง คื อ ค น ที่ เ รา อ ยา ก ใ ห้ สิ่ ง ที่ เ รา เ ค ย ไ ด้ รั บ จา ก พี่ ต่ อ มา ใ ห้ น้ อ ง ไ ด้ รู้ สึ ก แ บ บ ที่ เ รา เ ค ย รู้ สึ ก
ปล. อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม ขอพื้นที่เล็ก ๆ
คน ทำให้งานเคลื่อน
แต่ถ้ามองอีกมุมนึง
งาน ทำให้คนเคลื่อนเหมือนกัน
งาน ทำให้คนเคลื่อนไปรับรู้สิ่งใหม่ๆ
งาน ทำให้คนเคลื่อนมารู้จักกัน
แต่บางที
งาน ทำให้คนเคลื่อนมากระทบกันบ้าง
งาน ทำให้คนเคลื่อนออกจากกันบ้าง
แต่ทั้งหมดนั้น ก็ทำให้คนเราได้รู้อะไรมากขึ้น ทั้งรู้งาน รู้คนอื่น และรู้ตัวเอง
ดีแล้วที่เราได้รู้ัอะไรๆ เพิ่มขึ้น เพราะนั่นหมายความว่าเรากำลังเติบโตขึ้น