Forgot

ไม่ได้เขียน Blog นานมาก วันนี้กำลัง Build อารมณ์ทำงานต่อ ก็เลยเปิด Windows Live Writer มาลองเขียนอะไรเล่น (แปล: ขี้เกียจทำงาน ขอพักแปปนึง)

ถ้ามีอะไรอย่างหนึ่งที่จะบ่งบอกความแตกต่างระหว่างคนกับเครื่องจักรได้ ผมว่าอย่างหนึ่งก็คงจะเป็นความ “ขี้หลงขี้ลืม” เนี่ยล่ะครับ คอมพิวเตอร์ไม่เคยลืม มันอาจจะมีเสื่อมสภาพได้เหมือนคน แต่ระหว่างที่สภาพมันดีอยู่ มันไม่มีทางลืม

ลองดูง่ายๆ:

  • ลืมซื้อของ
  • ลืมทวงเงิน
  • ลืมใส่เข็มขัด
  • ลืมวันเกิด
  • ลืมกินข้าว
  • ลืมโทรไปหาลูกค้า
  • ลืมทำข้อสอบที่เว้นไว้หน้าแรก

นี่แค่คิดเล่นๆ ที่พอจะนึกได้ แต่วันๆ หนึ่งเราคงจะลืมอะไรมากกว่านั้นเยอะแยะเลยทีเดียว มันก็ดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วๆ ไปใช่ไหมครับ

แต่ลองดูอย่างนี้บ้าง:

  • คิดแต่แผนการโฆษณาสินค้า ลืมทำสินค้าให้มันน่าซื้อ
  • คิดแต่ว่ารูดบัตรมันสะดวกดี ลืมไปว่าเดือนที่แล้วยังไม่ได้จ่ายหนี้เลย
  • คิดแต่ว่าต้องลดน้ำหนัก เดี๋ยวอ้วน ลืมไปว่าสุขภาพตอนนี้ก็แย่พอกับคนอ้วนอยู่แล้ว
  • คิดแต่ว่าชอบตุ๊กตาตัวนี้ ลืมไปว่าไม่ได้ซื้อให้ตัวเอง
  • คิดแต่ว่างานต้องเสร็จ ลืมไปว่าพรุ่งนี้จะเอาแรงที่ไหนไปนำเสนอ
  • คิดแต่เปิดแอร์เย็นๆ ขับรถไปทำงานคนเดียว ลืมไปว่าเขารณรงค์โลกร้อนกันอยู่
  • คิดแต่แผนการส่งกองกำลังเรือรบ ลืมคิดไปว่าเล็งปืนบนเรือน่ะมันยากแค่ไหน

ข้อสุดท้ายนี่ไม่ได้คิดเอาเองครับ เอามาจาก Inc. Magazine คุณ Joel Spolsky แกเคยเขียนคอลัมน์ลงไว้ คลิกไปอ่านดูได้ครับ สนุกดี:

How Hard Could It Be?: Inspired Misfires, Personal Development Article - Inc. Article

แต่ประเด็นของผมก็คือ บางทีเราก็ลืมอะไรกันแบบนี้ครับ:

  • จับคนที่ไปหักกิ่งไม้ออกมาจากป่าสงวนเข้าคุก แต่ลืมดูว่าเขาเป็นแค่เด็กอนุบาลเข้าไปวิ่งเล่น (จาก Intro to Law)
  • ทำให้รุ่นน้องบาดเจ็บ เพราะลืมคิดไป กำลังมันส์ติดลม (จากข่าววันนี้)
  • ด่าทอต่อว่าซะเจ็บแสบ แต่ลืมคิดไปว่าเป็นแม่บังเกิดเกล้า
  • ฆ่าคนตาย… เพราะลืมคิดถึงชีวัตตัวเองที่เหลือ ที่ต้องเข้าไปอยู่ในคุก (นรก)

ผมว่าถ้าคนเราทำอะไรได้อย่างเครื่องจักร โลกนี้คงสงบสุขขึ้นเยอะเลยล่ะครับ ซึ่งก็คงทำได้ ถ้าทุกคนมี “สติ” ตลอดเวลา (อีกละ)

แต่สิ่งหนึ่งที่ตั้งใจเขียน Entry นี้คืออย่างนี้ครับ: ถ้าไม่มีใครลืมอะไรเลย ทุกคนทำงานกันอย่างเครื่องจักร เป็นเครื่องจักรแห่งการทำความดี โลกคงจะน่าเบื่อน่าดูเลยล่ะครับ

บางทีศาสนาพุทธก็ต้องอาศัยความงมงายเหมือนกันนะครับ เหมือนค้นหาสมบัติ ถ้าไม่เชื่อว่าจะมีขุมทรัพย์รออยู่ แล้วจะค้นหาไปทำไมล่ะครับ? ถ้าไม่เชื่อว่านิพพานนี่มันดีจริง แล้วเรานับถือศาสนาพุทธทำไม?

เอ๊ะ หรือมันต้องเรียกว่า “ศรัทธา” เอ๋ มันคล้ายๆ กับ “อภินิหาร” รึเปล่าครับ?

โลกที่ไม่มีใครลืมอะไรเลย มันน่าอยู่จริงๆ เหรอครับ โลกที่ทุกคนมีสติ ไม่เคยทำอะไรพลาดพลั้ง ทุกคนคงเหมือนเครื่องจักร มันจะน่าอยู่เหรอครับ?

4 Comments

  1. มีสติ != มีปัญญา เพราะว่่าแม้ว่าเราจะรู้ทั่วรอบที่เราเป็นอยู่ ไม่ได้หมายความว่าเรารู้รอบถึงความสัมพันธ์ของทุกอย่างที่จะทำให้ “ไม่พลาด” “ไม่กระทบกระเทือน” นะ

    ในโลกทีทุกคนไม่ลืมอะไรเลย มีปฏิสัมพันธ์กันเหมือนเครื่องจักรในระบบปิดที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น เราคงต้องนิยามความ “น่าอยู่” กันใหม่ เพราะเมื่อเริ่มที่จะมีความคิดเห็นว่า “น่าอยู่” ก็ต้องคิดว่าตัวเป็นตัวเป็นตนของตัวเอง แล้วพอมีความคิดอย่างนี้ก็อจะทำให้ “ลืม” ว่าจริงๆ แล้วตัวตนนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบ และนั่นก็ทำให้ระบบไม่ได้เป็นระบบที่ไม่มีใครลืมอีกต่อไป contradiction :D

    บางทีลืมบ้างก็ดี ลืมว่าเมื่อวานเพื่อนระบายอารมณ์ใส่ ลืมว่าเมื่อเช้าทะเลาะกับคนที่บ้าน ลืมเรื่องไม่ดีๆ ไปบ้าง ก็สบายหัวเหมือนกันนะ

  2. อ่านไม่รู้เรื่องครับพี่เข็ม 555

    Dark
  3. ชอบเป็นคนขี้หลงขี้ลืมมากกว่าเครื่องจักรที่ไม่ลืมอะไร

    เพราะเรื่องบางเรื่องก็ต้องอาศัยการลืม…ทั้งทำให้ดีขึ้นและแย่ลง

    บางทีต่อให้มีสติ..ก็ลืมนะ 555+ เคยป่ะ

    แต่ที่สำคัญที่สุด…แค่อย่าลืมว่าตัวเองกำลังทำอะไร
    และอย่าลืมนึกถึงความรู้สึกคนอื่น ก็คงพอมั้ง

    ป.ล.อยู่มา 21 ปีบนโลกใบนี้คิดได้แค่นี้..บางทีอาจจะพอแล้ว

    Reismea
  4. ตอนนี้คนในประเทศไทยบางคนก็ลืมไปว่าเราเป็นคนไทยเหมือนกัน

    ดูเหมือนว่าเราต้องปลูกฝังคนรุ่นต่อไปให้ดีกว่านี้แล้วล่ะ
    รู้สึกตอนนี้ผู้นำในประเทศคงลืมอะไรบางอย่างไปเหมือนกัน

Leave a Reply