Letters from Iwo Jima

Ending scene - Letters from Iwo Jima
เมื่อสักครู่ได้ดูหนังเรื่องนี้ไปครับ เป็นหนังเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับศึกที่เกาะ Iwo Jima ของประเทศญี่ปุ่น เกาะนี้มันเหมือนเป็นด่านกั้นระหว่างอเมริกากับญี่ปุ่นนะครับ เรียกว่ามันอยู่ตรงกลางระหว่างทางที่อเมริกาจะบุกมาได้สะดวก กับประเทศญี่ปุ่น ถ้าญี่ปุ่นเสียเกาะนี้ไป อเมริกาก็จะได้ฐานทัพใหม่ติดประชิดญี่ปุ่นแบบแนบเนื้อเลยทีเดียว
แต่เนื้อเรื่องไม่ค่อยเกี่ยวกับสงครามเท่าไหร่นะครับ ไม่ได้มีเรื่องยุทธวิธีอะไรมากมาย แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดและความรักชาติของทหารญี่ปุ่นมากกว่า เนื้อเรื่องถูกถ่ายทอดผ่านทางทหารชื่อ Saigo ซึ่งเป็นพ่อค้าขายขนมปังที่ถูกเกณฑ์มาเป็นทหาร
คนญี่ปุ่นสมัยก่อนนี่ ได้ชื่อว่ารักชาติยิ่งชีพเลยล่ะครับ แม้จะเป็นสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว แต่ว่าตอนนั้นก็ยังมีการใช้ดาบแบบซามูไร และก็ยังมีการฆ่าตัวตายแบบซามูไรกันอยู่ แต่เปลี่ยนจากการใช้ดาบเป็นการใช้ระเบิดมากุมไว้ตรงหัวใจแทน
ถ้าใครได้ดูสารคดีเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 มาบ้างจะรู้ว่าญี่ปุ่นเรือบรรทุกเครื่องบินลำสำคัญไปลำหนึ่งก่อนจะพ่ายแพ้สงคราม แต่ว่าแม้แต่ทหารเองนั้นก็ถูกปิดยังไม่ให้รู้ข่าวเรื่องการสูญเสียนี้ เครื่องบินและเรือรบที่ช่วยป้องกันเกาะ Iwo Jima ก็เลยถูกเรียกกลับแผ่นดินใหญ่หมด แต่ว่าแม้แต่นายพลที่ได้รับหน้าที่ป้องกันเกาะ Iwo Jima นี่ก็ยังไม่รู้ข่าวเลยฮะ มารู้เอาภายหลัง หลังจากได้กองรถถังมาช่วยหนุนเท่านั้น
นายพลแกเห็นอย่างนั้นแล้วรู้สึกว่ากองกำลังที่มีอยู่ไม่สามารถสู้รบกับกำลังของคนอเมริกันได้แน่ๆ ก็เลยสั่งให้ทหารยกเลิกก่อสร้างแนวป้องกันตามชายหาด ไปขุดอุโมงค์ตามภูเขาแทน เพื่อเป็นการใช้กำลังที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด แล้วส่งนายพลไปควบคุมตามจุดต่างๆ
แต่ว่าเรื่องมันพลิกตรงที่ว่าสุดท้ายแล้วความที่นายพลพยายามอย่างหนักที่จะยื้ออเมริกาไว้ให้ถึงที่สุดโดยไม่ดูตาม้าตาเรือเท่าไหร่ ทำให้นายทหารที่ได้รับการสั่งการให้ไปควบคุมอุโมงค์ต่างๆ นั้นไม่ค่อยเชื่อถือศรัทธา คิดว่าเป็นเพราะนายพลคนนี้เป็นคนที่เรียนจบอเมริกามา พอเห็นท่าทีไม่ค่อยดีหัวหน้าหน่วยทหารของนาย Saigo ก็เลยขัดคำสั่ง ไม่ฟังท่านนายพล เลือดซามูไรพุ่งพล่านสั่งให้ลูกน้องฆ่าตัวตายให้หมด เพื่อศักดิ์ศรีของคนญี่ปุ่น แทนที่จะช่วยกันสู้ต่อ
แต่นาย Saigo ไม่ยอมทำตาม เป็นคนที่เหลืออยู่คนสุดท้ายกับนายทหารคนใหม่คนนึงในหน่วย คนที่เหลือกุมระเบิดตายไปหมดแล้ว นาย Saigo ก็เลยรวบรวมคนที่เหลืออยู่ตะลุยห่ากระสุนไปจนถึงหน่วยทหารทางเหนือของเกาะได้สำเร็จ
สู้ไม่ไหว อเมริกันใกล้จะชนะ กระสุนหมด ข้าวปลาอาหารไม่มี ท่านนายพลก็สั่งให้นาย Saigo อยู่เพื่อทำลายเอกสารทางการสงครามให้หมด แล้วทหารที่เหลือกับท่านนายพลจะใช้วิธีลอบไปตลุมบอลตอนกลางคืน
นาย Saigo ก็ทำตามที่สั่ง แต่บังเอิญไปสังเกตุเห็นว่ากองเอกสารกองหนึ่งมันเป็นกองจดหมายของทหาร ที่เขียนเพื่อส่งให้ครอบครัวที่บ้าน คิดไม่ออกว่าจะเอาจดหมายพวกนั้นไปส่งได้อย่างไร นาย Saigo ก็เลยยัดจดหมายทั้งหมดใส่ถึงไว้แล้วก็ขุดหลุมฝังไว้ในอุโมงค์นั่นแหล่ะ
เสร็จสรรพออกมาจากอุโมงค์ตอนเช้าก็เจอท่านนายพลสภาพล่อแล่ ท่านนายพลขอให้นาย Saigo ฝังศพเขาซะ แล้วก็จัดการฆ่าตัวตายตามระเบียบ นาย Saigo ก็ฝังท่านนายพลเรียบร้อย แล้วก็ถูกทหารอเมริกันจับไปเป็นเชลย สุดท้ายก็เลยรอดจากสงครามกลับบ้านได้
หลังสงครามจบก็มีคนมาขุดเจอจดหมายที่ว่านี่เข้าครับ เป็นเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เกาะ Iwo Jima ทั้งหมดในรูปของเรื่องเล่าจากมุมมองของทหารญี่ปุ่น
สรุปแล้วญี่ปุ่นก็คงจะแพ้สงครามเพราะว่ามัวแต่หยิ่งในศักดิ์ศรี คิดว่าอเมริกันเป็นพวกขี้ขลาดล่ะมั้งครับ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว เจอฤทธิ์ดอกเห็ดเข้าไปสองดอก ก็ยอมแพ้อย่างสิโรราบ
อย่างหนึ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับชาวอเมริกันก็คือความ Free-Thinking ของเขา ผมว่ามันเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งนะฮะ ที่ไม่ต้องมีประเพณี ไม่ต้องมีศีลธรรมอะไรมากมายมาบังคับ ผมว่ามันเป็นการยอมรับความจริงอย่างที่มันเป็นไปจริงๆ แล้วก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แทนที่จะสร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมาต่อสู้ แล้วส่วนมากกฎเกณฑ์ก็มักจะพ่ายแพ้ซะด้วย ผมว่ามันเป็น Overhead เปล่าๆ น่ะ
คิดอย่างไรกันบ้าง
Home
Photos
About Me
Subscribe
อืมม ก็ชอบความเป็นอเมริกาเหมือนกันนะ คือความคิดอิสระของคนชาตินี้ มักจะทำให้มีมุมมองใหม่ๆ ท้าทายความเป็นไปได้อยู่ตลอด ไม่ถูกจำกัดกรอบอยู่ในความคิดเดิมๆน่ะ (impossible is nothing ประมาณนั้น)
แต่ญี่ปุ่นนี่ชอบเพราะความมุมานะ ความอดทน แล้วก็ความคิดสร้างสรรค์น่ะ สุดยอดจริงๆ เหมือนเวลาที่เราตั้งใจทำอะไรสักสิ่งนึง มีสมาธิกับมันมากๆแล้วทุกอย่างก็จะออกมาดี ปราณีต งดงามหมดจด แบบนั้นเลย เรื่องรักชาติของเค้าก็คงเป็นแบบนั้นมั้ง เรื่องระเบียบวินัยก็คล้ายๆกันนะ พ่อมาเล่าให้ฟัง คนที่โน่นเค้ารักษาเวลามาก ขนาดรถเมล์ยังเข้าออกไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่นาทีเีดียว ไม่ใช่รถไฟฟ้านะ รถเมล์ธรรมดานี่แหละ
พูดแล้วอยากไป T^T
เป็นมุมมองในหนังเรื่องนี้ที่ฉันไม่ได้ทันคิดสักเท่าไร
จะว่าไปฉันคงมองในแง่มุมของหนังมากกว่ามั้ง เลยมองแค่เปรียบเทียบระหว่างหนังสองเรื่องนี้ที่สร้างเพื่อให้เห็นมุมของสองฝ่าย
อเมริกา - flags of out father
ญี่ปุ่น - letters from iwo jima
ซึ่งสรุปแล้ว ฉันชอบเรื่อง letters มากกว่า ในทุกทางๆ
ถ้ามองมาเรื่องอเมริกาหรือญี่ปุ่น ฉันก็ไม่ได้ใกล้ชิดหรือสนใจศึกษาเรื่องราวของคนอเมริกันได้มากพอที่จะบอกอะไรได้ แต่ถ้าเอาจากที่ได้รู้มาก็คงเป็นความไม่ชอบ อเมริกา ในเรื่องของการที่มองเหมือนเห็นแต่ประเทศตัวเอง อาจเป็นเพราะความเป็นพี่ใหญ่
ส่วนญี่ปุ่นนั้น ฉันได้ทำงานด้วย ได้ศึกษาอ่านหนังสือ ดูหนัง ละคร ฟังเพลง ก็ต้องบอกว่าชอบความเป็นคนที่มีระเบียบวินัยของพวกเขา แต่ที่ชอบมากๆ คงเป็นความพยายามทำอะไรให้ดีที่สุดในวิชา งาน ของตัวเอง เอาให้เป็นผู้เชี่ยวชาญกันเลย ชอบที่ตรงนี้แหละค่ะ
ก็ตอบไป ไม่ค่อยโยงเข้าหนังได้เท่าไรเนาะ -”-