YLSC #14: Friendship never ends

เพื่อนๆ และน้องๆ

และสำหรับพี่ๆ ทุกคน ผมอยากให้กลับไปอ่านหน้านี้ แล้วอ่าน Comments ที่พี่ๆ เคยเขียนเอาไว้ครับ ไม่ว่าจะเป็นพี่เต้ พี่บอย พี่นัท พี่ซวง พี่มิก และพี่ๆ คนอื่นๆ ทุกคนที่มาเขียนความคิดเห็นเอาไว้ สิ่งที่พี่ๆ เขียนเอาไว้เมื่อวันนั้น ผมยังคงมันไว้อยู่ถึงวันนี้ ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่างครับ

ตอนแรกไม่รู้จะเขียนอะไร รู้แค่ว่ามิตรภาพที่ได้รับในตลอดเกือบ 10 วันที่ผ่านมานี้ผมจะไม่มีวันลืมมันไปเลย ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจนะครับ ถึงแม้ว่าผมจะทำตัวงี่เง่าไร้สาระไปบ้าง หรือว่าทำเรื่องให้ปวดหัวบ้าง แต่ทุกคนก็ยังเข้าใจ ยังอยู่ตรงนี้ ยังอยู่ข้างผม และไม่หายไปไหน ผมจะไม่มีวันลืมช่วงเวลานี้ไปเลยครับ

ตอนบายศรีมีน้องมาคุยด้วยเยอะมากๆ และเรื่องคุยก็เยอะกว่าปกติด้วย ได้คุยกับน้องๆ ได้คุยกับเพื่อนๆ แล้วรู้สึกได้ถึงความรัก ความผูกพันธ์ที่ทุกคนมีให้กันได้ทันทีเลยล่ะครับ ผมแทบไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่มากขนาดนี้ และก็เกือบจะหมดศรัทธาในการตามหามันไปแล้ว แต่ผมได้พบมันแล้วล่ะครับ

อย่างหนึ่งที่อยากจะเขียนก็คงจะเป็นเรื่องของ “เบื้องหลัง” หรือฝ่ายต่างๆ ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง อันได้แก่ พัสดุ สถานที่ สวัสดิการ รปภ. ที่ผมอยากจะเขาได้เข้ามามีส่วนร่วมกับค่ายมากขึ้นกว่านี้หน่อยนะครับ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแค่ “เบื้องหลัง” แต่อย่างหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมาก จากเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ที่ทำงาน “เบื้องหลัง” พวกนี้ ก็คือความรู้สึกร่วมด้วยกับค่าย และความผูกพันธ์กับชมรมที่น้อยกว่าฝ่ายอื่นๆ อย่างเช่นวิชาการ นันทนาการ หรือประสาน ที่ได้สัมผัสกับน้องโดยตรง เป็นอย่างหนึ่งที่อยากจะให้มีการปรับปรุง หรือนำไปคิด นำไปทำบ้างน่ะครับ ให้ฝ่าย “เบื้องหลัง” นั้นได้สัมผัสกับค่ายมากกว่าที่เป็นหน่อย ผมว่าแค่ Walk Rally มันยังน้อยไป อย่างเช่นวันนี้ ถ้าไม่ได้หลบลงมาดูน้องข้างล่าง ก็คงจะไม่ได้รู้สึกใจชื้นเท่าคนอื่นๆ เพราะว่ามัวแต่เก็บของเข้าชมรม เป็นอย่างหนึ่งที่ผมพลาดไปเมื่อปีที่แล้ว มัวแต่ขนของอยู่ เลยไม่ได้ถ่ายรูปรวม แล้วก็ไม่ได้เห็นพี่ๆ น้องๆ ล่ำลากัน ผมเสียดายมากเลยครับ ค่ายหน้าเมื่อไหร่จะกลับมาอ่านหน้านี้อีกรอบ แล้วเอาไปเสนอนะ อิอิ ^^”

ถ้าจะเลือกเพลงๆ หนึ่งมาใส่เพื่ออธิบายความรู้สึกที่มีได้ ก็คงจะต้องเป็นเพลงนี้แหล่ะครับ จริงๆ แล้วก็เพิ่งจะได้อัลบั้ม Bossa Blossom มาฟัง เปิดเพลงแรกก็ใช่เลย

แม้ว่าค่ายนี้จะมีำน้ำตาเยอะกว่าค่ายก่อนๆ อย่างที่หลายๆ คนพูดกัน แต่ส่วนตัวผมแล้ว ผมไม่คิดว่ามันเป็นข้อเสียเลยครับ

น้ำตาทุกหยด กว่ามันจะไหลออกมาได้ รุ้ไหมครับว่ามันยากลำบากเพียงไหน บางครั้งความเข้มแข็งก็ทำให้เราลืมความอ่อนโยนไปได้ ความรู้สึกในใจไม่มีีใครสามารถสื่อมันออกมาได้อย่างเต็มที่หรอกครับ แต่สิ่งหนึ่งที่บอกความรู้สึกเราได้เป็นอย่างดี ก็คงจะเป็นน้ำหยดเล็กๆ ที่หลั่งไหลออกมาจากในตาเราเนี่ยแหล่ะครับ เมื่อเรารักใคร โกรธใคร หรือแค่รู้สึกผูกพันธ์ เมื่อความรู้สึกในใจมันล้นปรี่เต็มที่ น้ำตามันก็จะไหลออกมา ว่ากันว่าน้ำตานั้นมีหลายรสชาติครับ ไม่ต่างอะไรกับอารมณ์ความรู้สึกที่ขับมันออกมาในตอนแรก

ถ้าเห็นใครร้องไห้ รู้ไว้เถอะครับ ว่านั่นแหล่ะคือความจริงใจ และความรู้สึกทุกอย่างของเขาที่ไหลออกมา ไม่มีความเข้มแข็งอีกแล้ว และไม่มีหน้ากากอะไรอีกต่อไป มีเพียงแต่ใบหน้าอันชุ่มฉ่ำเท่านั้น ที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจบังคับมันได้ครับ

อย่างสุดท้ายคงต้องบอกว่า เพื่อน กุรักมึงว่ะ :mrgreen: และสำหรับน้องๆ ทุกคน ขอบคุณที่มาให้บายศรีให้ครับ เก็บสายสิญจน์ของพี่ไว้ดีๆ นะ :D

3 Comments

  1. ตกลงว่าพี่รู้สึกดีอ่านะ นึกว่าจะรู้สึกแย่กว่านี้ซะอีก
    ขอบคุณที่เปง tester และ แรงงาน ช่วยเหลือตลอดค่าย
    ขอบคุณจริงๆคะ

    Schascha
  2. ดีงับ อิอิ มีของเค้าด้วย
    พี่ชาสู้ๆ ขอบคุงน้า

    ann
  3. โหะๆๆ

    ประทับใจกานปายยยยย

    น้ามตา…เค็มอ่ะ 555+

    ก็..สู้ๆต่อปายยยยย

    “รักกานๆน้าา”^-^

Leave a Reply